จำนำรถแบบจอด vs ไม่จอด เลือกแบบไหนให้ ตอบโจทย์ สถานการณ์การเงินคุณที่สุด

เวลาที่ชีวิตเดินมาถึงจุดที่ “เงินหมุนไม่ทัน” แต่ในมือเรายังมีสินทรัพย์อย่าง “รถยนต์” หรือ “รถมอเตอร์ไซค์” อยู่ การเปลี่ยนรถเป็นเงินก้อนจึงเป็นทางออกที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ครับ แต่พอจะเดินไปปรึกษาที่ไหน ก็มักจะเจอคำถามว่า จะจำนำจอด หรือ จำนำแบบไม่จอด (จำนำทะเบียน) ดีล่ะ

ถ้าเลือกผิด นอกจากจะแก้ปัญหาการเงินไม่ได้แล้ว อาจจะทำให้การใช้ชีวิตลำบากกว่าเดิมด้วย วันนี้เราจะมาเจาะลึกเปรียบเทียบกันหมัดต่อหมัด เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่ใช่ที่สุดสำหรับสถานการณ์ตอนนี้ครับ

1. จำนำรถแบบจอด ทางด่วนสำหรับคน รีบใช้เงิน

จำนำรถแบบจอด ทางด่วน

การจำนำจอด คือการขับรถไปไว้ที่ศูนย์รับจำนำ แล้วรับเงินสดกลับบ้านมาเลย โดยที่รถคันนั้นจะถูกจอดเก็บไว้จนกว่าคุณจะจ่ายคืนครบ

แบบนี้เหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องการเงินด่วนจี๋: ส่วนใหญ่อนุมัติไวมาก ภายในไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เงินแล้ว เพราะไม่ต้องรอตรวจสอบประวัติการเงินให้วุ่นวาย
  • รถยังติดไฟแนนซ์อยู่: นี่คือจุดแข็งเลยครับ เพราะการจำนำแบบไม่จอดส่วนใหญ่ต้องใช้เล่มทะเบียนตัวจริง ซึ่งไฟแนนซ์ถือไว้ แต่การจำนำจอดใช้เพียงสำเนาสัญญาเช่าซื้อก็ทำได้ในหลายๆ แห่ง
  • ไม่ต้องการให้ใครเช็กประวัติ: ไม่ต้องห่วงเรื่องเครดิตบูโร หรือสลิปเงินเดือน ขอแค่มีรถ มีตัวตนเจ้าของที่ชัดเจน ก็ผ่านฉลุยครับ

ข้อที่ต้องยอมรับ

  • ไม่มีรถใช้: ถ้าคุณต้องใช้รถไปทำงานหรือส่งลูกไปโรงเรียน วิธีนี้อาจจะสร้างความลำบากได้ครับ
  • ความเสี่ยงเรื่องการดูแล: รถที่จอดทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้สตาร์ท หรือจอดในที่ที่ไม่ดี อาจเสี่ยงเรื่องสภาพรถได้ (ต้องเลือกที่รับจำนำที่มีมาตรฐานจริงๆ)

แต่ถ้าคุณตัดสินใจเลือกวิธีนี้แล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินเรื่อง แนะนำให้เตรียม เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนไปจำนำรถ ให้เป๊ะที่สุด จะช่วยลดระยะเวลาพิจารณาเอกสารลงได้เยอะเลยครับ

2. จำนำแบบไม่จอด (รถแลกเงิน) ทางเลือกสำหรับคน ต้องใช้รถ

วิธีนี้คือการเอา เล่มทะเบียน ไปวางค้ำประกันไว้กับธนาคารหรือบริษัทสินเชื่อ โดยที่เรายังสามารถขับรถกลับไปใช้งานได้ตามปกติ

จำนำแบบไม่จอด

แบบนี้เหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องใช้รถทำมาหากิน: ไม่ว่าจะเป็นวิ่งงาน รับส่งของ หรือเดินทางไกล วิธีนี้ตอบโจทย์ที่สุดเพราะชีวิตประจำวันคุณจะไม่เปลี่ยนไป
  • รถผ่อนหมดแล้ว (มีเล่มทะเบียนตัวจริง): ส่วนใหญ่วิธีนี้จะรับเฉพาะรถที่ “ปลอดภาระ” แล้วเท่านั้นครับ
  • ต้องการดอกเบี้ยที่ถูกกว่า: เนื่องจากเป็นการกู้ผ่านสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย ดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่าและมีระยะเวลาผ่อนที่ยาวกว่า

ข้อที่ต้องยอมรับ

  • ขั้นตอนยุ่งยากกว่า: ต้องมีการเช็กเครดิต ตรวจสอบรายได้ และใช้เวลาพิจารณาเอกสารนานกว่าการจำนำจอด (อาจใช้เวลา 1-3 วันทำการ)
  • รถติดไฟแนนซ์ทำยาก: แม้บางที่อาจจะรับ “รีไฟแนนซ์” แต่ก็มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและต้องมียอดหนี้เดิมเหลือน้อยพอสมควรครับ

สรุปชัดๆ สถานการณ์แบบไหน เลือกแบบใดดี?

สถานการณ์ของคุณเลือกวิธีไหนดี?
“ด่วนมาก ต้องใช้เงินวันนี้เลย”จำนำจอด
“รถยังผ่อนไม่หมด แต่ต้องการเงินก้อน”จำนำจอด
“ติดบูโร กู้ธนาคารไม่ผ่าน แต่อยากได้เงิน”จำนำจอด
“ต้องการเงินเย็น ดอกถูก ผ่อนสบายๆ”จำนำไม่จอด (จำนำทะเบียน)
“ไม่มีรถขับไม่ได้ เพราะต้องใช้ทำงานทุกวัน”จำนำไม่จอด (จำนำทะเบียน)

หลายคนเลือกใช้วิธีนี้เพื่อหาเงินก้อนไปโปะหนี้ แต่ก่อนจะตัดสินใจ ลองชั่งน้ำหนักดูว่าการ เอารถไปจำนำเพื่อมาปิดหนี้บัตรเครดิต นั้นคุ้มค่ากับดอกเบี้ยและความเสี่ยงจริงๆ หรือไม่ครับ

ทริคการเลือก ที่รับจำนำ ให้ปลอดภัย สำคัญมาก

ทริคการเลือก ที่รับจำนำ ให้ปลอดภัย สำคัญมาก

ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน สิ่งที่ต้องดูให้ดีคือ “ความน่าเชื่อถือ” ครับ

  1. มีสถานที่ชัดเจน: ไม่นัดรับรถตามห้างหรือปั๊มน้ำมัน ต้องมีออฟฟิศและที่จอดรถเป็นหลักแหล่ง
  2. สัญญาต้องครบ: อ่านเงื่อนไขดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้ละเอียดก่อนเซ็น
  3. การดูแลรถ: สำหรับการจำนำจอด ต้องเช็กว่าที่จอดเป็นที่ร่มไหม มีกล้องวงจรปิดไหม และมีการสตาร์ทรถให้เราบ้างหรือเปล่า

คำแนะนำส่งท้าย ก่อนตัดสินใจ ลองลิสต์รายจ่ายและดูความจำเป็นในการใช้รถของตัวเองให้ดีก่อนนะครับ การจำนำรถเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดีถ้าเราใช้อย่างมีสติและมีแผนการคืนเงินที่ชัดเจนครับ

ติดต่อสอบถาม