เคยเป็นไหมครับ ไถฟีดโซเชียลเห็นคนนั้นไลฟ์สดขายของออเดอร์ปัง คนนี้ไปเปิดท้ายขายของตลาดนัดแล้วคิวรอกันยาวเหยียด ใจมันก็ฮึกเหิมอยากจะมีรายได้เสริม หรืออยากเป็นนายตัวเองบ้าง ไอเดียในหัวมีเป็นร้อย แต่พอคลำดูกระเป๋าตังค์… อ้าว ทุนไม่มี
พอไม่มีทุน ทางออกที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ก็คือการเอาของใหญ่ที่มีมูลค่าอย่าง รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ ไปเข้าไฟแนนซ์หรือจำนำทะเบียน เพื่อเอาเงินก้อนมาเริ่มสต็อกของขาย แต่คำถามที่ทำเอาหลายคนเบรกหัวทิ่มก็คือ เอาเงินจากรถมาขายของเนี่ย มันเวิร์คจริง ๆ เหรอ หรือมันเสี่ยงเกินไปที่จะเอาของรักไปแลก? วันนี้เรามาวิเคราะห์กันแบบเจาะลึก ชั่งน้ำหนักกันดูชัด ๆ ครับ
ทำไม จำนำรถ ถึงเป็นทางลัดยอดฮิตของพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่
ถ้าถามว่าทำไมคนถึงฮิตเอารถไปแลกเงินมาลงทุน คำตอบง่ายมากครับ ความไว และ ความสะดวก

ลองนึกภาพว่าคุณเจอแหล่งรับเสื้อผ้ามือสองราคาถูกมาก หรือเจอแฟรนไชส์ของกินที่กำลังเป็นกระแส ถ้ามัวแต่ไปทำเรื่องกู้สินเชื่อธนาคาร กว่าจะเตรียมสเตทเมนท์ กว่าแบงก์จะอนุมัติ ตลาดก็วายไปแล้วครับ แต่การ จำนำเล่มทะเบียน (แบบไม่โอนเล่ม) คุณขับรถไปที่สาขา ประเมินราคาแป๊บเดียว รับเงินโอนเข้าบัญชีได้เลย แถมที่สำคัญคือ คุณยังมีรถไว้ขับไปซื้อของ สต็อกของ หรือส่งของให้ลูกค้าได้ตามปกติ นี่แหละคือจุดแข็งที่ทำให้คนเลือกวิธีนี้
สรุปแล้วมัน เวิร์ค หรือ ร่วง วัดกันที่ตรงไหน
จะเวิร์คไม่เวิร์ค ไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินครับ แต่อยู่ที่ สินค้าที่คุณจะขาย และ ความเร็วในการคืนทุน

- แบบที่ทำแล้ว เวิร์ค (รอดชัวร์) คือการเอาเงินไปลงทุนกับของที่ ซื้อง่าย ขายคล่อง รอบเงินไว เช่น ของกิน หมูปิ้ง ลูกชิ้นทอด ข้าวกล่อง หรือของใช้ตามกระแสที่คนต้องซื้อซ้ำ ธุรกิจพวกนี้คุณเอาเงินก้อนไปซื้อวัตถุดิบ พอขายเสร็จตอนเย็น คุณได้เงินต้นบวกกำไรกลับมาใส่มือทันที มีกระแสเงินสด (Cash Flow) ไปหมุนซื้อของพรุ่งนี้ต่อ และแบ่งมาจ่ายค่างวดรถได้สบาย ๆ แบบนี้เวิร์คมากครับ เป็นการใช้เงินทำงานที่แท้จริง
- แบบที่ทำแล้ว เสี่ยงจัด (โอกาสร่วงสูง) คือการเอาเงินไปลงทุนกับของที่ จมทุน หรือ ปล่อยออกยาก เช่น ไปเหมาเสื้อผ้าแฟชั่นล็อตใหญ่มาโดยที่ยังไม่มีฐานลูกค้า หรือเอาเงินไปลงกับการตกแต่งหน้าร้านจนหมด กว่าลูกค้าจะรู้จัก กว่าจะขายของได้แต่ละชิ้นต้องใช้เวลา พอสิ้นเดือนบิลค่างวดรถมาเยือน… คราวนี้ล่ะครับ ช็อตแน่นอน!
3 ความเสี่ยงที่ต้องรับให้ได้ ถ้ายืมเงิน(จากรถ)มาลงทุน
ถ้าใจมันเรียกร้องอยากจะลุยจริง ๆ ลองถามตัวเองก่อนครับว่ารับมือกับ 3 เรื่องนี้ได้ไหม

1. กำไรจากการขาย ต้องวิ่งแซง ดอกเบี้ย
เงินจำนำรถมีต้นทุนคือ ดอกเบี้ย ครับ คุณต้องตั้งสติแล้วคำนวณก่อนเลยว่า ของที่จะขายเนี่ย หักต้นทุนค่าของ ค่ากล่อง ค่าส่ง ค่าที่แล้ว กำไรสุทธิ มันเหลือพอมาจ่ายค่างวดรถในแต่ละเดือนไหม? ถ้ายอดขายเดือนนั้นได้กำไรมา 5,000 บาท แต่ต้องจ่ายค่างวดรถ 6,000 บาท… แบบนี้คือเข้าเนื้อแล้วนะครับ
2. ความกดดันเรื่องยอดขายในแต่ละเดือน
พอมีหนี้ก้อนใหม่เพิ่มเข้ามา การขายของจะไม่ใช่แค่ ขายสนุก ๆ อีกต่อไป แต่มันจะมีความกดดันแฝงอยู่ว่า เดือนนี้ต้องหาเงินให้ทันจ่ายค่างวด ถ้าคุณเป็นคนรับมือกับความเครียดได้ดี มองว่าเป็นแรงผลักดัน ก็ลุยเลยครับ แต่ถ้าไม่ใช่ ต้องระวังให้ดี
3. ระวังเสียทั้งเงิน เสียทั้งรถ (ถ้าเลือกร้านผิด)
ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ขายของไม่ได้ครับ แต่คือการไปเจอมิจฉาชีพ หรือร้านรับจำนำเถื่อนที่คิดดอกเบี้ยมหาโหดเกินกฎหมายกำหนด หรือทำสัญญาแบบหมกเม็ด แป๊บ ๆ ยึดรถ แป๊บ ๆ โดนค่าปรับยิบย่อย จนกำไรที่ขายของมาได้ละลายหายไปหมด
การเริ่มต้นธุรกิจควรเริ่มด้วยความอุ่นใจครับ ถ้ากำลังมองหาแหล่งทุนที่ปลอดภัย ดอกเบี้ยเป็นธรรม อนุมัติไว ลองดู บริการรับจำนำรถ/จำนำทะเบียนรถ ที่ไว้ใจได้ ของเราเป็นทางเลือกสิครับ ให้คุณมีทุนไปเริ่มลุยธุรกิจแบบไม่ต้องกังวลหลัง)
การเอารถไปจำนำมาเริ่มขายของ เวิร์คแน่นอน ถ้าคุณมีแผนการขายที่ชัดเจน เลือกสินค้าที่หมุนเงินได้เร็ว และที่สำคัญคือ ไม่โลภลงทุนก้อนใหญ่เกินไปในครั้งแรก ค่อย ๆ เอาเงินก้อนเล็กมาลองตลาดดูก่อน ถ้าไปได้สวยค่อยขยับขยาย จงจำไว้ว่าเงินจำนำรถคือ ทางลัดในการได้ทุน แต่ไม่ใช่ เครื่องการันตีความสำเร็จ ความสำเร็จอยู่ที่ตัวสินค้าและฝีมือการขายของคุณเองครับ ลุยเลย!
